2007/Mar/17

จาก FWD mail

เมื่อวานนี้ตอนสายๆๆๆบอกไม่ทัน เมื่อคืนนี้ภาคที่ 1 ผ่านไปแล้ว
ไม่เป็นไรวันอังคารหน้าที่ 13 มีนาคม เวลา 22.00 น.ตรง อย่าลืมอย่าพลาดอย่างเด็ดขาด เล่าอย่างไรๆๆๆก็ไม่ขำกลิ้งเท่ากับ ฟัง+ดู+ชมด้วยตาตนเองหรอก คำพูดที่ยังไม่ทันจะออกเป็นเสียง ก็กลายเป็นคำด่าอันหยาบคายสุดๆๆแล้ว สมัยเป็นเด็ก เต่า กับ เสรี กับ ชนชั้นในวัยเดียวกัน ลำน้ำแม่กลองเดียวกัน และอยู่ตลาดล่างด้วยกัน ไล่ด่า ไล่ตบตีกัน ไล่ถีบตกบันไดกลิ้งลงแม่น้ำ จมน้ำ โดยนายเสรีจับกดน้ำจะฆ่าให้ตายในฐานที่เบี้ยวไม่ยอมจ่ายค่าเรือข้ามฟากแม่น้ำ เพียง 1 สลึง
ก็ด่าให้กันอ้ายบ้า / อ้ายดำ / อ้ายเกินบาท / อ้าย.. สนุก+มันส์+ดูดเสียงตลอดเวลาไม่ให้ได้ยินได้เพราะว่า ไพเราะในลิ้นของเขาจนกระเจิง!!!!


รายการคนค้นฅน ลุงเสรี คนบุญผู้หยาบช้า คนบ้า 6 สลึง ตอน 1

ลุงเสรี หอมมาก อายุ 63 ปี หรือที่ชาวบ้านตลาดบ้านโป่ง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี รู้จักกันในชื่อลุงทิด หรือพี่ทิด และอีกหลายชื่อ ก็แล้วแต่ใครจะเรียก แต่ที่ทุกคนรู้จักเหมือนกันคือความไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนของลุงเสรี

ลุงเสรีเป็นชาวบ้านโป่งโดยกำเนิด ในสมัยเด็กๆ ใช้ชีวิตอยู่ในแม่น้ำแม่กลอง เก็บเงินในเรือข้ามฟาก ในวัยเด็กได้เรียนหนังสือแค่ป. 2 ต้องออกจากโรงเรียน ปัจจุบันแกอาศัยอยู่กับหลานสาว แต่ก็แยกส่วนอยู่อย่างสันโดษโดยอาศัยชั้นบนของบ้านที่เก่าทรุดโทรมที่แทบจะไม่มีใครได้ขึ้นไปเยี่ยมกรายเลย เพราะลุงเสรีประกาศเป็นเขตหวงห้ามเข้าได้เฉพาะตัวเองเท่านั้น ผู้คนในละแวกนั้นต่างก็สงสัยในความลึกลับกับพฤติกรรมของแกแต่ก็ไม่มีใครกล้าย่ำกรายเข้าเฉียดใกล้

ลุงเสรีเป็นคนไม่มีอาชีพที่ตายตัว แต่ก็มีข้าวปลาอาหารให้กินอิ่มทุกมื้อ บนร่างกายไม่เคยมีเครื่องประดับแม้แต่ชิ้นเดียว ทุกวันแกไม่เคยมีเรื่องกลุ้มใจกับสิ่งใดเลย ลุงเสรีบอกว่า ไม่เคยมีเรื่องกลุ้มใจ ในชีวิตมีเพียงกางเกงตัวเดียว ก็อยู่ได้ และทุกคนไม่มีบุญหรอก มีแต่กรรมกันทุกคนเพียงแต่มีคนละแบบ แต่คนอื่นมีกรรมมากกว่าผม เพราะต้องกระเสียกกระสนทำมาหากิน แต่ลุงไม่ต้องกระเสียกกระสนอะไร ไม่อยากได้อะไร ให้มีกางเกงปิด...มีข้าวกินก็พอ

ลุงเสรีขึ้นชื่อว่าเป็นคนดังของบ้านโป่งก็ว่าได้ ไม่ว่าด้วยเอกลักษณ์การแต่งตัวด้วยกางเกงนักเรียนขาสั้นสีน้ำตาลเก่าๆ ไม่สวมเสื้อ แต่เอกลักษณ์ที่สำคัญคือการพูดที่ฟังดูอาจจะหยาบคายเสียจนคนอย่างเราๆ บางคนอาจทนฟังไม่ไหว ภาษาดอกไม้ไม่เคยได้มีโอกาสหลุดลอดออกจากปากลุงเสรีได้เลย แต่สำหรับชาวตลาดบ้านโป่งถือว่านี่คือเรื่องปกติ เพราะชาวบ้านโป่งตั้งแต่ลูกเล็กเด็กแดงจนอาเสี่ยอาเฮียแทบจะทุกคนก็ว่าได้ต่างก็รู้ซึ้งกับกิติศัพท์เรื่องภาษาพูดและกิริยาที่ดูจะหยาบช้าของแกเป็นอย่างดีไม่เว้นแม้กระทั่งพระ แกบอกว่า ตั้งแต่จำความได้ก็พูดแบบนี้มาตลอด เคยโดนพ่อตบฟันร่วงก็ไม่เลิก สุดท้ายพ่อก็ต้องยอม แกก็ไม่เห็นว่าการพูดของแกจะทำให้ใครเดือดร้อนอะไร

ทุกวันลุงเสรีจะไปช่วยงานบุญ งานศพ งานวัดไม่ว่าวัดไหนต้องการอะไรให้บอกลุงเสรี งานศพไหนต้องการอะไร วัดไหนต้องการผ้าป่า ต้องการสร้างอาคาร ให้บอกลุงเสรี บ่อยครั้งที่ลุงเสรีเดินลากรถสาลี่เก่าๆ ไปตามบ้าน ตามตลาดเพื่อขอเรี่ยไรธูปเทียน เครื่องสังข์ภัณฑ์เพื่อไปถวายวัด และที่สำคัญคือชาวบ้าน แม่ค้า เจ้าของร้านทอง ในตลาดบ้านโป่งต่างก็ยินดีที่จะช่วยทำบุญโดยไม่มีใครปฏิเสธและไม่สงสัยเลยว่าแกเอาไปทำจริงหรือเปล่า หรือไม่ต้องการอะไรที่เกี่ยวกับวัด แต่ลุงเสรีก็ไปช่วยล้างจาน เก็บกวาด หยิบโน่นหยิบนี่ ทุกอย่างที่แกทำแกไม่ต้องการค่าจ้างเป็นเงินสักบาทเดียว เพียงแต่แกจะกินข้าวจนอิ่มเสร็จงานก็จะกลับ

ชีวิตของลุงเสรีคาบเกี่ยวอยู่กับพรมแดนความดี กับความบ้า ก้ำกึ่งระหว่างความขาดกับความเกิน มีทั้งหยาบช้ากับความน่านับถือ ที่มาอยู่รวมกันได้อย่างไม่น่าเชื่อในตัวของคนคนเดียว อย่างลุงเสรี เรียกได้ว่าไม่มีคำว่าพอดีในชีวิตของคนๆ นี้ตั้งแต่จำความได้มาจวบจนทุกวันนี้

แต่อย่างไรก็ตามนี่คือคนที่ชาวตลาดบ้านโป่งให้ความไว้เนื้อเชื่อใจและลงมติเป็นเอกฉันท์โดยไม่มีใครสงสัยว่าเขาเป็น เขาเป็นคนดี ทำไมคนที่มีคุณสมบัติแบบลุงเสรีถึงได้รับการยอมรับในความเป็นคนดี จากคนบ้านโป่งได้มากขนาดนี้ นอกจากรูปลักษณ์ภายนอกและกิริยามารยาทที่ไม่ควรเข้าใกล้แล้ว การใช้ชีวิต ความคิด ความเชื่อ รวมทั้งบรรทัดฐานที่ใช้วัดความพึงพอใจในชีวิตของลุงเสรีที่แตกต่างจากบรรทัดฐานของคนส่วนใหญ่ยึดถือเป็นอย่างไร โลกของคนหกสลึงเป็นแบบไหน ทำไมลุงเสรีถึงคิดว่า ตัวเองถูกสาปให้มาเกิด และสิ่งที่ทำนั้น ทำเพื่ออะไร พบกับชีวิตและตัวตนของคนที่สวรรค์ไม่เอา นรกไม่ต้อนรับ ชีวิตถูกสาปไม่ให้เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือนของลุงเสรีได้ ในรายการคนค้นฅน อังคาร ที่ 6,13 มีนาคม 2550 ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี เวลา 22.00 น.

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -




คนบุญผู้หยาบช้า คนบ้าผู้น่านับถือ

พูดคำนึง สบถด่าไป 8 คำ เรื่องราวของชายผู้ปากร้ายราวกับพ่นออกมาจากขุมนรก แต่หัวใจสะอาดราวกับความดีที่ร่วงลงมาจากฟ้า ชีวิตเปี่ยมสีสันของคนบ้านนอกที่อาจทำให้คุณต้องมองคนในแบบใหม่ มองให้ลึกถึงหัวใจ ไม่ใช่แค่ลมปาก

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -- -

Comment

Comment:

Tweet


รักลุงเสรีคะ..............55555555555555555555555555555555555555 ...............ขอให้ลุงรักษาความดีต่อไป.......
#4 by แป้ง (203.113.45.5) At 2007-09-26 21:16,
บางทีฟอร์เวิร์ทเมลล์ก็มีประโยชน์อย่างงี้นี่เองเนอะ*
#3 by Bazii3 - - - >> ! ด ะ ขี้ || J* At 2007-03-17 13:44,
ได้ดูแล้ว
เป็นคนดีที่มีเอกลักษณ์มากเลย
ดูก้ำกึ่งๆยังไงไม่รู้ แปลกๆดี

แค่เป็นคนดก็ไม่ต้องมีเหตุผลอื่นแล้วมั้งี
#2 by นานาาา At 2007-03-17 13:35,
ดูแล้วชอบมาก...
ลุกแกแบบว่าปากอย่าง ใจอย่าง นะ
พูดซะคนฟังกลัว แต่...การกรระทำดีมาก
**ไม่ควรมอกคนแต่ภายนอก ต้องดูลึกถึงจิตใจ**
#1 by OoooN At 2007-03-17 13:20,